ประวัติสาขา

Politics-Governments-banner800px

ประเทศไทยกำลังพัฒนา โดยมุ่งเป้าประสงค์เพื่อสร้างความเจริญเติบโตและยกฐานะขึ้นมาให้เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางขั้นสูง (upper middle income country) ดังนั้นโครงสร้างการผลิตของไทย จึงทำให้ถูกเปลี่ยนผ่านจากภาคการเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสังเกตได้ว่าภาคอุตสาหกรรมได้มีการสั่งสมองค์ความรู้และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องและเจริญมากขึ้น แต่ทั้งนี้ประเทศไทยยังคงเผชิญกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และมีความผันผวนที่ซับซ้อน ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะกระแสการเปิดเศรษฐกิจเสรี ความท้าทายของเทคโนโลยี สมัยใหม่ ที่ได้ส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาของประเทศ ในด้านเศรษฐกิจและการเมืองโดยตรง โดยเฉพาะเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ที่รองรับเงื่อนไขในระบบเศรษฐกิจโลก และการดำเนินนโยบาย และการบริหารจัดการเศรษฐกิจในอนาคต ทั้งในระดับท้องถิ่น ที่ต้องเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆทั้งเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเป็นต้น ดังนั้นภาครัฐซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับควบคุม และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจให้มั่นคงจะช่วยสนับสนุนการเมืองให้เข้มแข็ง องค์ความรู้ทางการเมืองการปกครอง กลไกทางการเมือง ระบบราชการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสนับสนุนภาคเอกชน จึงมีความสำคัญในการสร้างฐานของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การพัฒนาความรู้และทักษะต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการบริหารจัดการประเทศ เพื่อให้ประเทศสามารถปรับตัวและรองรับผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างยั้งยืน

การพัฒนาประเทศยังอยู่ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังประสบอยู่ ซึ่งอยู่ภายใต้การพัฒนาสังคมตามวิสัยทัศน์แผนพัฒนาฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ที่ต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฉบับที่ 11(พ.ศ.2555-2559) และกรอบหลักของการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม และการพัฒนาที่ยึดหลักสมดุล ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดทิศทางการพัฒนาที่มุ่งสู่การเปลี่ยนถ่ายประเทศไทย ไปสู่ประเทศที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีความมั่นคง ยั่งยืน และสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ภายใต้การนำทุนของประเทศที่มีศักยภาพได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสังคม ทุนเศรษฐกิจ ทุนวัฒนธรรม ทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งการพัฒนาดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาคการเมืองการปกครองอย่างมากและมีความจำเป็น

สถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในปัจจุบันได้มีผลต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ เพื่อสนองความต้องการของสังคม โดยสร้างบัณฑิตให้มีจุดเด่นทางองค์ความรู้ ที่สามารถเผยแพร่ และนำไปใช้เพื่อการพัฒนาสังคมได้ แลมีคุณธรรม จริยธรรม ทางวิชาชีพที่สอดรับกับโอกาสที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก รวมถึงความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็นต้นแบบแห่งภูมิภาค เพื่อพัฒนาท้องถิ่น ดังนั้นการปรับปรุงหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิตจึงสอดรับกับเป้าประสงค์หลักของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อให้บัณฑิตเรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มเข็งของนักการเมืองท้องถิ่น ชุมชน ผู้นำชุมชน ตลอดถึงเสริมสร้างให้มีจิตสาธารณะและสำนึกถึงความเป็นประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม และความสามารถในการปกครองและบริหารงานพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม เผยแพร่และส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้เกิดการจัดการบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาสาสกล มีความรู้คู่คุณธรรมและจริยธรรมทางวิชาชีพ พัฒนาคุณภาพบัณฑิตเพื่อให้สามารถสร้างการพัฒนาความเข้มแข็งในด้านการเมืองการปกครอง ตั้งแต่ระดับชุมชน สังคม และประเทศ ตลอดถึงให้มีจิตสำนึกในความเป็นไทยและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชนเพื่อให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและตอบสนองต่อตลาดแรงงานและผู้ใช้บัณฑิต

หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิตที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นนี้ มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของสังคมและชุมชนเพื่อให้สอดรับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมที่หลากหลาย ประสานความร่วมมือและช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน องค์กรปกครองสวนท้องถิ่นและและองค์กรอื่นทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สร้างและพัฒนาความเข้มแข็งทางวิชาการ มีความรู้พื้นฐานด้านการเมืองการปกครองและการบริหารจัดการที่คำนึงถึงการปรับตัวล่วงหน้าเพื่อพร้อมรับแนวโน้มบริบทที่จะเปลี่ยนแปลงและสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคอาเซียน